
เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรามาอย่างยาวนาน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า AI ที่เราพูดถึงกันนั้นมีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบก็มีความสามารถที่แตกต่างกัน? วันนี้เราจะมาพูดถึง Generative AI และ AI ทั่วไปว่ามันคืออะไร และมันแตกต่างกันอย่างไร
Generative AI คืออะไร?
Generative AI เป็นประเภทหนึ่งของ AI ที่สามารถสร้างข้อมูลใหม่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ หรือเสียง ที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือความแตกต่างหลักจาก AI ทั่วไปที่มักจะใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วเพื่อทำงานต่างๆ
Generative AI ทำงานอย่างไร?
Generative AI ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “การเรียนรู้เชิงลึก” (deep learning) ซึ่งเป็นวิธีการที่เครื่องจักรสามารถเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองได้โดยไม่ต้องมีการเข้ามาแทรกแซงจากมนุษย์ หนึ่งในเทคนิคที่ใช้กันมากคือการใช้ “เครือข่ายประสาทเทียม” (artificial neural networks) ที่จำลองการทำงานของระบบประสาทในสมองมนุษย์
General AI คืออะไร?
General AI เป็นเทคโนโลยีที่เน้นที่การทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self learning) การวางแผน การแก้ปัญหา และการเข้าใจภาษา ต่างจาก Generative AI ที่เน้นที่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

General AI แตกต่างจาก Generative AI อย่างไร?
หลักๆ แล้ว General AI มุ่งเน้นไปที่การจำลองความสามารถของมนุษย์ในการทำงานต่างๆ ให้เครื่องจักรสามารถคิดเองและทำเองได้ ในขณะที่ Generative AI เน้นไปที่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ภาพวาด ดนตรี หรือแม้แต่ข้อความสนทนา
นอกจากนี้ Generative AI ยังสามารถประยุกต์ใช้ในหลายสาขาวิชา เช่น การแพทย์ ศิลปะ และการออกแบบ ในขณะที่ General AI มักจะถูกใช้งานในสาขาที่เน้นการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
สรุป
เราหวังว่าคุณจะเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง Generative AI และ AI ทั่วไปมากขึ้นแล้ว ในท้ายที่สุด AI ในทุกรูปแบบก็มีความสำคัญและมีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือการทำงานที่เฉพาะเจาะจง
คำถามที่พบบ่อย
- Generative AI สามารถสร้างข้อมูลใหม่ได้จริงหรือ?
- AI ทั่วไปสามารถทำงานที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ได้อย่างไร?
- Generative AI มีประโยชน์อย่างไรในการแพทย์?
- AI ทั่วไปมักจะถูกใช้งานในสาขาอะไรบ้าง?
- การใช้ Generative AI ในศิลปะสามารถสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร?