AI Agents กำลังเข้ามาแทนที่งาน Back-Office — คุณจะโดนหรือรอด?

AI Agents คืออะไร และทำไมงาน Back-Office กำลังเปลี่ยนแปลง?

AI Agents คือระบบ AI ที่สามารถรับ task แล้วดำเนินการจนจบโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีคนคอยกดทุกขั้นตอน ต่างจาก ChatGPT ที่เป็นแค่ “ที่ปรึกษา” AI Agents คือ “ผู้ปฏิบัติงาน” ที่ทำงานแทนได้จริง

ปี 2026 ตัวเลขชัดเจนว่า AI Agents กำลัง scale เร็วมาก:

23% ขององค์กรทั่วโลกเริ่ม implement AI agents แล้ว

36% กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้

– ภายในปี 2028 AI จะตัดสินใจแทนคนในงานประจำ 15% (Gartner)

Goldman Sachs ประกาศจ้าง Anthropic AI agents ทำงาน accounting และ compliance และ KBTG (บริษัทเทคของกสิกรไทย) ประกาศ AI-First Transformation ในปี 2024 สัญญาณที่ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่อนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

งาน Back-Office ประเภทไหนที่เสี่ยงที่สุด?

Data Entry และ Document Processing

งานป้อนข้อมูลใบสมัคร สแกนเอกสาร อัพโหลดไฟล์ — AI ทำได้เร็วกว่ามนุษย์ 10 เท่าและมี error rate ต่ำกว่ามาก เหมาะสำหรับ automation ทันที

Compliance และ Audit Checking

ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ความถูกต้องของสัญญา การผ่านกฎระเบียบ — AI อ่านและ cross-reference ได้ภายใน seconds แทนที่จะใช้ชั่วโมง

Financial Reporting

สรุปยอดขาย คำนวณ margin จัดทำรายงาน — ถ้าข้อมูลอยู่ใน system AI ทำได้เลยโดยไม่ต้องรอนักบัญชี

Customer Support Level 1

ตอบคำถามซ้ำๆ เปิด ticket track status แจ้งสถานะ — AI chatbot ทำได้ 24/7 ไม่มีวันหยุด

HR Administration

คัดกรอง resume นัดสัมภาษณ์ ส่ง onboarding documents — AI handle ได้ทั้ง pipeline

ทักษะที่ AI ยังแทนไม่ได้ในปี 2026

จาก McKinsey Superagency Report 2026 งานที่ยังต้องการมนุษย์:

| ทักษะ | เหตุผลที่ AI ยังแทนไม่ได้ |

|——|————————|

| Critical Thinking | AI เก่งกับ pattern เดิม แต่สะดุดกับ edge case ใหม่ |

| Stakeholder Management | การสร้าง trust และ negotiate ต้องการ emotional intelligence |

| Creative Problem Solving | Solution ใหม่ที่ไม่เคยมีข้อมูลต้นแบบ |

| Leadership | Inspire คน สร้าง culture เป็นสิ่งที่ AI simulate ได้แต่ทำจริงไม่ได้ |

| Deep Domain Expertise | ความรู้เชิงลึกที่ผสมกับ judgment — ยังมีคุณค่าสูง |

3 ขั้นตอน Reposition ตัวเองในยุค AI Agents

ขั้นตอนที่ 1: Self-Audit ใน 30 นาที

เขียน task ที่ทำซ้ำๆ ทุกสัปดาห์ แล้วตอบคำถาม:

– Task นี้เป็น “รับข้อมูล → ประมวลผล → output” ไหม?

– ถ้า AI ทำแทน คุณจะ add value อะไรได้บ้าง?

ขั้นตอนที่ 2: เรียนรู้การทำงานกับ AI Agent

ไม่ต้องเขียนโค้ด แต่ต้องรู้:

– วิธี prompt ให้ได้ output ที่ต้องการ

– วิธี review output และ catch ข้อผิดพลาด

– วิธี integrate AI เข้ากับ workflow จริง

ขั้นตอนที่ 3: Shift จาก Executor เป็น Supervisor

แทนที่จะ “ทำงาน” → เริ่ม “บริหาร AI ที่ทำงาน”

– Data entry เอง → Check output ของ AI

– เขียน report เอง → Review และ add strategic insight

– ตอบ email เอง → Approve draft ที่ AI เตรียมให้

Career path ที่ยั่งยืน: Executor → Reviewer → Strategic Advisor

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: AI Agents จะแทนที่งานของผมเมื่อไหร่?

A: ไม่มีวันที่แน่นอน แต่แนวโน้มชัดเจน งานที่ซ้ำๆ และ process-based จะโดนแทนก่อน งานที่ต้องใช้ judgment, creativity, และ human relationship จะอยู่ได้นานกว่า ปัจจุบัน Gartner คาดว่า 15% ของงานประจำจะถูก AI ตัดสินใจแทนภายในปี 2028

Q: องค์กรไทยควรเริ่ม implement AI Agents อย่างไร?

A: เริ่มจาก process ที่ชัดเจน มีข้อมูลพร้อม และ risk ต่ำ เช่น document classification, FAQ answering, หรือ report generation ลอง pilot 3 เดือน วัด ROI แล้วค่อย scale ไม่ควรเริ่มจาก process ที่ซับซ้อนหรือ customer-facing ทันที

Q: ต้องมีทีม IT ใหญ่ไหมถึงจะใช้ AI Agents ได้?

A: ไม่จำเป็น เครื่องมือสมัยใหม่เช่น Claude, Microsoft Copilot, หรือ OpenClaw ช่วยให้ทีมเล็กๆ ตั้ง AI workflow ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน สิ่งสำคัญกว่าคือ process ที่ชัดเจนและข้อมูลที่พร้อม

Q: AI Agents มี risk อะไรบ้างที่ต้องระวัง?

A: Risk หลักคือ (1) Hallucination — AI สร้างข้อมูลผิดๆ ต้องมีระบบ review (2) Data privacy — ข้อมูลที่ป้อน AI อาจถูกใช้ใน training ต้องอ่าน policy ของผู้ให้บริการ (3) Over-automation — automate เร็วเกินไปโดยไม่มี safety net อาจเกิด error ที่ scale

บทความนี้อ้างอิงจาก Goldman Sachs/Anthropic (CNBC), McKinsey Superagency Report 2026, KBTG AI-First 2024 (kasikornbank.com), และ PYMNTS (กุมภาพันธ์ 2026)

Leave a Comment

สอบถามข้อมูล
Scroll to Top