AI จะแทนที่พนักงานออฟฟิศใน 18 เดือน? — ความจริงที่ต้องเตรียมรับ

☕ สัปดาห์ที่ผ่านมา Mustafa Suleyman CEO ฝ่าย AI ของ Microsoft ให้สัมภาษณ์ Financial Times บอกว่า “งานคนนั่งโต๊ะทุกอย่าง — นักกฎหมาย นักบัญชี Project Manager นักการตลาด — จะถูก AI automate ภายใน 12-18 เดือน” แค่สัปดาห์เดียวก่อนหน้า Dario Amodei CEO ของ Anthropic ก็เตือนว่า 50% ของตำแหน่ง entry-level white-collar จะหายไปใน 1-5 ปี

คำถามคือ: นี่คือ hype จากคนขาย AI หรือสัญญาณเตือนที่เราต้องฟัง?

ผมเห็นทั้งสองฝั่ง — ในฐานะคนที่ทำ AI Transformation ให้องค์กรไทยมา 20 ปี ผมเห็นทั้งคนที่ปรับตัวได้ และคนที่ยังคิดว่า “งานผมเปลี่ยนไม่ได้หรอก” นี่คือ 10 สิ่งที่ต้องรู้

1. สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้ว — ไม่ใช่ “อนาคต” แต่เป็น “ปัจจุบัน”

Stanford Digital Economy Lab รายงานว่าตำแหน่ง entry-level ในสายที่ AI ทำได้ (software dev, customer service, clerical) ลดลง 13% แล้ว ตั้งแต่ LLM เริ่มใช้งานจริง ไม่ใช่เพราะ AI ทำได้ดีกว่าคนทุกอย่าง แต่เพราะบริษัทเริ่ม “ลดจ้าง” ก่อนที่ AI จะพร้อมเต็มที่ด้วยซ้ำ

Harvard Business Review เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Layoffs based on AI’s potential, not its performance” — บริษัทตัดสินใจจากสิ่งที่ AI “น่าจะทำได้” ไม่ใช่สิ่งที่ “ทำได้แล้ว”

2. ทำไม 18 เดือน ถึงเป็นตัวเลขที่ต้องจริงจัง

Suleyman ไม่ได้พูดลอยๆ เขาพูดจากสิ่งที่เห็นข้างใน Microsoft: 6 เดือนที่ผ่านมา AI-assisted coding กลายเป็น standard ในการเขียน code ส่วนใหญ่แล้ว นักพัฒนาที่ไม่ใช้ AI ตอนนี้กลายเป็น exception ไม่ใช่ norm

ถ้าสิ่งนี้เกิดกับ software engineering ได้ใน 6 เดือน ลองคิดว่างาน “ง่ายกว่า” อย่างการสรุปเอกสาร ทำรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล — มันจะใช้เวลาเท่าไหร่?

3. Anthropic เห็นเหมือนกัน — Claude ตรวจ security ได้เท่า junior analyst 12 คน

Dario Amodei บอกว่า Claude Opus 4.6 ตรวจเจอ security vulnerability กว่า 500 จุดใน open-source code — งานที่ปกติต้องใช้ junior analyst หลายสิบคนทำเป็นเดือน ฝั่ง Anthropic ยังเปิดตัว “agent teams” ที่ทำ complex projects ได้เร็วกว่า human juniors

ที่น่าสนใจคือ: ดูประกาศรับสมัครงานของ Anthropic เอง — เกือบทั้งหมดเป็น senior roles ไม่มี traditional entry-level เลย พวกเขาเองก็ไม่จ้าง junior แล้ว

4. งานไหนเสี่ยงที่สุด — และไม่ใช่แค่ “งาน routine”

ที่น่ากลัวคือไม่ใช่แค่งาน routine แบบ data entry อีกแล้ว ตำแหน่งที่เสี่ยงสูงรวมถึง:

  • Legal research และ document review
  • Financial analysis และ reconciliation
  • Content creation, copywriting, marketing
  • Customer service (AI chatbot ตอบได้ 70% ลดคนได้ 40-60%)
  • Software QA testing
  • Junior consulting และ research analyst

ล้วนเป็นงานที่เมื่อก่อนถือว่า “ต้องใช้คนเก่ง”

5. แต่ตัวเลขของไทยบอกอีกเรื่อง — โอกาสกำลังเปิด

ข้อมูลล่าสุดจาก Microsoft Work Trend Index: 92% ของ knowledge workers ในไทยใช้ AI ที่ทำงานแล้ว 74% ของผู้บริหารไทยบอกว่าจะไม่จ้างคนที่ไม่มี AI skills และยินดีจ่ายเพิ่มอีก 41% สำหรับคนที่ใช้ AI เป็น

ฟังดูน่ากลัว? จริงๆ มันคือโอกาส — คนที่ใช้ AI เป็นจะมี value เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง ส่วนคนที่ปฏิเสธ AI? นั่นแหละที่เสี่ยง

6. ข้อควรระวัง — CEO ของบริษัท AI พูดขาย AI

ต้องพูดตรงๆ: ทั้ง Suleyman และ Amodei ล้วนมีผลประโยชน์จากการทำให้คนกลัว AI คนยิ่งกลัว → องค์กรยิ่งรีบซื้อ tools → Microsoft / Anthropic ยิ่งได้เงิน

Goldman Sachs คาดว่า AI จะกระทบ 300 ล้านตำแหน่งทั่วโลก แต่ WEF ก็บอกว่า AI จะสร้างงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่งภายใน 2030 เทียบกับที่หายไป 92 ล้าน — สุทธิแล้ว “เพิ่ม” 78 ล้านตำแหน่ง

ปัญหาคือ: งานที่หายกับงานที่เกิดใหม่ “ไม่ใช่งานเดียวกัน” คนที่โดนกระทบอาจไม่ใช่คนที่ได้งานใหม่

7. ทำไมครั้งนี้ไม่เหมือน “หุ่นยนต์จะมาแทน” ทุกครั้งก่อนหน้า

ทุกครั้งที่มี tech ใหม่ เราเคยได้ยิน “จะมาแทนคน” แล้วก็ไม่เกิด แต่ครั้งนี้ต่างตรงที่:

  • AI ไม่ได้แค่ทำงาน routine — มัน reason, analyze, create ได้
  • ต้นทุนลดลง 10 เท่าทุก 1-2 ปี (China AI price war)
  • Agent AI ที่ทำงานต่อเนื่องได้ 24/7 เริ่มใช้งานจริงแล้ว
  • บริษัทใหญ่ “เริ่มลดคนแล้ว” ไม่ใช่แค่พูด

ความแตกต่างที่แท้จริง: ครั้งก่อนๆ automation กระทบ blue-collar ครั้งนี้ กระทบ white-collar ที่มีเงินเดือนสูง

8. ใครที่จะรอด — “AI Augmented” ไม่ใช่ “AI Resistant”

คนที่รอดไม่ใช่คนที่ต่อต้าน AI แต่คือคนที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่ม value:

  • ทนายที่ใช้ AI ทำ research แล้วเอาเวลาไปให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์
  • นักการตลาดที่ใช้ AI สร้าง content แล้วเอาเวลาไปคิด strategy
  • โปรแกรมเมอร์ที่ใช้ AI เขียน code แล้วเอาเวลาไป architect ระบบ

Pattern เดียวกัน: ให้ AI ทำงาน execution คนทำงาน judgment

9. สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ — ไม่ใช่พรุ่งนี้

ถ้าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศ นี่คือสิ่งที่ต้องเริ่มวันนี้:

  • เรียนรู้ AI tools ที่ใช้ในสายงานของคุณ (ไม่ใช่แค่ ChatGPT ทั่วไป)
  • ฝึก “AI collaboration” — รู้วิธีสั่ง ตรวจสอบ และปรับปรุงผลลัพธ์จาก AI
  • สร้าง expertise เฉพาะทางที่ลึกขึ้น — AI ทำงานกว้างได้ดี แต่ยังอ่อนในเรื่อง domain ลึก
  • พัฒนา soft skills: leadership, negotiation, client relationships — สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้
  • เปลี่ยนจาก “ผู้ทำ” เป็น “ผู้ตรวจสอบ” — คนที่ validate AI output มี value สูง

10. อนาคตไม่ได้น่ากลัวเท่าที่ headline บอก — แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ

ความจริงคือ: 18 เดือนอาจจะเร็วไป Suleyman เป็นคนขาย AI Amodei เป็นคนสร้าง AI — ทั้งคู่มี incentive ที่จะพูดให้ดูยิ่งใหญ่ แต่ทิศทางชัดเจน: งานที่ “ทำซ้ำได้” จะถูก automate งานที่ต้อง “ตัดสินใจ” จะยังต้องใช้คน

สำหรับคนไทย: เราอยู่ในจุดที่น่าสนใจ 92% ใช้ AI แล้ว แต่ใช้อย่าง “ผิวเผิน” คนที่ลงลึกจะเป็นคนที่มี competitive advantage มหาศาล

คำถามไม่ใช่ “AI จะมาแทนผมไหม?” คำถามที่ถูกต้องคือ “คนที่ใช้ AI เก่งกว่าผม จะมาแทนผมไหม?”

คำตอบชัดเจน: ถ้าคุณอ่านถึงตรงนี้แล้ว คุณมี awareness มากกว่าคนส่วนใหญ่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือลงมือ

ดื่มหนึ่งช็อตความรู้ ย่อยง่าย ใช้ได้เลย ☕

✍️ เนื้อหาและมุมมองโดย Arty | มี Espresso Bot ☕🤖 ช่วยรวบรวมข้อมูลและจัดเรียบเรียง


📚 Sources

  • Mustafa Suleyman (Microsoft AI CEO), Financial Times interview, Feb 2026
  • Dario Amodei (Anthropic CEO), statements on entry-level jobs, early 2026
  • Stanford Digital Economy Lab — 13% drop in entry-level hiring
  • Goldman Sachs — 300M jobs globally impacted
  • World Economic Forum — 92M displaced, 170M created by 2030
  • Microsoft Work Trend Index — 92% of Thai knowledge workers use AI
  • Harvard Business Review — “Layoffs based on AI’s potential, not performance” (Jan 2026)

Leave a Comment

สอบถามข้อมูล
Scroll to Top