AI Divide โลกแตก 2 ขั้ว — ไทยจะยืนอยู่ตรงไหน?

AI Divide คืออะไร และทำไมประเทศไทยต้องสนใจ?

ข้อมูลจาก India AI Impact Summit (กุมภาพันธ์ 2026) เผยให้เห็นช่องว่างที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว — 25% ของคนวัยทำงานใน Global North ใช้ AI แล้ว แต่ Global South มีเพียง 14% และช่องว่างนี้กำลังกว้างขึ้นทุกเดือน

AI Divide ไม่ใช่แค่เรื่องว่า “มี ChatGPT ใช้หรือเปล่า” แต่คือความแตกต่างระหว่างประเทศที่ สร้าง AI กับประเทศที่แค่ ใช้ AI ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ sovereignty ทางเศรษฐกิจและ GDP growth ในระยะยาว

สำหรับประเทศไทยที่มี AI adoption สูงถึง 80% แต่ใช้งานเต็มศักยภาพเพียง 13% — คำถามสำคัญคือเรากำลังอยู่ฝั่งถูกหรือฝั่งผิดของ AI Divide นี้

Microsoft ลงทุน $50 Billion ใน Global South — โอกาสหรืออันตราย?

Microsoft ประกาศลงทุน $50 Billion ภายในปี 2030 เพื่อขยาย AI สู่ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วย 5 แกนหลัก:

1. Infrastructure — สร้าง Data Center ในอินเดีย เม็กซิโก แอฟริกา และอาเซียน

2. Digital Skills — $2 Billion สำหรับโปรแกรมฝึก AI ในโรงเรียนและ NGO

3. Multilingual AI — โปรเจค LINGUA Africa มูลค่า $5.5 ล้านสำหรับภาษาท้องถิ่น

4. Internet Access — เป้าหมายเชื่อมต่อ 250 ล้านคนในพื้นที่ด้อยโอกาส

5. Local Solutions — AI เพื่อ food security และ healthcare

ข้อดี: ลด cost ในการเข้าถึง AI, สร้าง talent pipeline, ได้ infrastructure โดยไม่ต้องลงทุนเอง

ข้อเสีย: สร้าง dependency สูงมาก หากผู้ให้บริการปรับราคาหรือเปลี่ยนเงื่อนไข ประเทศที่ไม่มี infrastructure เองจะไม่มี leverage ในการต่อรอง

กรณีศึกษา: อินเดียและ Sovereign AI Strategy

India AI Impact Summit 2026 ประกาศ deal สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอินเดียไม่ได้แค่ “รอรับ” AI:

L&T x Nvidia Joint Venture:

– สร้าง Sovereign AI Factory ระดับ Gigawatt — Chennai 30 MW + Mumbai 40 MW

– ข้อมูลสำคัญทั้งหมดต้องอยู่ในอินเดีย ไม่ส่งออก

Yotta Data x Nvidia:

– ลงทุน $2 Billion ซื้อ Blackwell Ultra chips กว่า 20,000 ตัว

– สร้าง AI Supercluster ใน New Delhi และ Mumbai

อินเดียมี negotiation power เพราะมีตลาด 1.4 พันล้านคน talent pool ระดับโลก และ government ที่ active ในการผลักดัน AI อุตสาหกรรม

สถานการณ์ AI ในประเทศไทย: ตัวเลขที่ต้องรู้

ตัวชี้วัด ไทย Global South
AI Usage Rate 80%+ ~14%
AI Awareness 92% ต่ำกว่า
Full Utilization 13% ~14%
Sovereign Infrastructure ไม่มี แตกต่างกันมาก

ปัญหาหลักของไทย (Scaling Gap):

– ใช้ ChatGPT ตอบอีเมล แต่ไม่ได้เปลี่ยน business model

– Awareness สูงแต่ Strategy ไม่ชัดเจน

– ไม่มี sovereign AI infrastructure — ทุกอย่างผ่าน AWS/GCP/Azure

แผนปฏิบัติการสำหรับองค์กรไทย

Quick Wins (1-3 เดือน)

AI Literacy Program เน้น “AI thinking” ไม่ใช่แค่ “วิธีใช้ ChatGPT”

Identify 3 High-Impact Use Cases ที่ AI ช่วยลด cost หรือเพิ่ม revenue ได้จริง

Data Readiness Assessment ตรวจสอบว่าข้อมูลพร้อมป้อน AI หรือยัง

Medium-Term (3-12 เดือน)

สร้าง Internal AI Team อย่างน้อย 2-3 คนที่เข้าใจ AI workflow

Pilot Agentic AI ลอง AI Agent ที่ทำงานต่อเนื่องแบบอัตโนมัติ

AI Governance Policy เรื่อง data privacy, AI ethics, responsible AI

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: AI Divide ส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไรในระยะยาว?

A: หากไทยยังอยู่ในฐานะ “consumer” ของ AI โดยไม่พัฒนา sovereign capability มูลค่าเศรษฐกิจที่ AI สร้างจะไหลไปต่างประเทศ เหมือนยุค internet ที่ไทยเป็นผู้ใช้ LINE, Facebook, TikTok แต่ไม่ได้สร้าง platform เอง

Q: ประเทศไทยต้องลงทุนสร้าง AI Infrastructure เองหรือพอใช้ Cloud ต่างชาติ?

A: ในระยะสั้น Cloud ต่างชาติยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ในระยะยาว ควรมี strategy เรื่อง data sovereignty โดยเฉพาะข้อมูลที่ sensitive เช่น ข้อมูลการเงิน สุขภาพ และความมั่นคงของชาติ

Q: SME ไทยควรเริ่มต้นปิด AI Divide ยังไง?

A: เริ่มจาก 3 ขั้นตอน: (1) ทำ AI Literacy ในทีมก่อน (2) หา 1-2 process ที่ AI ช่วยได้ชัดเจน (3) ลอง pilot 3 เดือนแล้วดู ROI จริงๆ ไม่ต้องรอ budget ใหญ่หรือ strategy สมบูรณ์แบบ

Q: AI จะช่วย GDP ประเทศไทยได้จริงไหม?

A: ตัวเลขจาก Nomura แสดงว่า AI contribute 2.01% ของ GDP growth ในเอเชียปี 2025 ขึ้นจาก 0.26% ปี 2024 ประเทศที่ active ใช้ AI จะได้ประโยชน์จาก multiplier effect นี้ก่อน

บทความนี้อ้างอิงจาก Microsoft Blog, India AI Impact Summit 2026, Nomura Research, และ SCBX Thai Consumer AI Adoption Report

Leave a Comment

สอบถามข้อมูล
Scroll to Top